แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - admin

หน้า: [1]
1
      มะเร็งกระเพาะอาหาร นับเป็นโรคมะเร็งอีกชนิดหนึ่งที่พบได้ไม่บ่อยนัก และถือเป็นภัยเงียบที่น่ากลัว เพราะหลายคนกว่าจะรู้ตัวว่าตัวเองป่วยเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งก็ลามถึงขั้นระยะสุดท้ายเสียแล้ว ดังนั้น เราควรจะไปรู้จักสาเหตุและอาการของมะเร็งกระเพาะอาหาร เพื่อเช็กตัวเองกันค่ะ



          มะเร็งกระเพาะอาหาร หรือ Cancer of stomach, Gastric cancer เป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นบริเวณเยื่อบุภายในโพรงกระเพาะอาหาร ทั้งนี้มักพบผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารในระยะสุดท้ายแล้ว เนื่องจากผู้ป่วยจะมาหาหมอเมื่อปรากฏอาการชัดเจน

สาเหตุของมะเร็งกระเพาะอาหาร

          สาเหตุของโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร มาจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น

          - พันธุกรรม ผู้ที่มีพ่อแม่พี่น้องป่วยเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร มากกว่าผู้ที่ไม่มีพันธุกรรมของโรคนี้

          - เกิดจากการติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร (Helicobacter Pylori) ในกระเพาะอาหาร หรือลำไส้เล็กส่วนต้น ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องเป็น ๆ หาย ๆ แบบโรคกระเพาะ เมื่อติดเชื้อนี้จะมีอาการอักเสบและเกิดเป็นแผลในกระเพาะอาหารจึงเพิ่มโอกาสในการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร

          - ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคกระเพาะอักเสบเรื้อรังบางชนิด หรือเป็นโรคแผลในกระเพาะอาหาร

          - การสูบบุหรี่จัด ดื่มสุรามาก

          - การรับประทานอาหารรสเค็มจัด หรือมีสารผสมบางอย่างในเนื้อสัตว์หมัก อาหารหมักดอง รมควัน หรืออาหารใส่ดินประสิว เช่น ไส้กรอก แหนม กุนเชียง

          - รับประทานอาหารที่มีวิตามินซีน้อย เช่น ผัก ผลไม้ สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารได้เช่นกัน



กลุ่มเสี่ยงโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

          - อายุ โดยปกติจะพบมะเร็งกระเพาะอาหาร ในคนที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป

          - เพศ มักพบโรคมะเร็งกระเพาะอาหารในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง 2 เท่า

          - เชื้อชาติ มักพบชาวเอเชียเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร มากกว่าชนชาติอื่น ๆ

          - ผู้ที่มีประวัติเคยผ่าตัดกระเพาะอาหาร มานานกว่า 20 ปี

          - พันธุกรรม หากคนในครอบครัวมีประวัติป่วยโรคนี้ ก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

          - กรุ๊ปเลือด คนกรุ๊ปเอจะมีความเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารมากกว่าคนกรุ๊ปเลือดอื่น ๆ

          - ผู้เป็นโรคโลหิตจางชนิดร้ายแรง (Pernicious Anemia) ซึ่งเกิดจากการขาดวิตามินบี 12 จะมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารมากกว่าคนทั่วไป

อาการของมะเร็งกระเพาะอาหาร

          ในระยะเริ่มแรกของมะเร็งกระเพาะอาหาร จะยังไม่มีอาการผิดปกติแสดงออกมา ต่อมาถ้าก้อนมะเร็งโตขึ้น ผู้ป่วยจะปวดท้อง รู้สึกหิวง่าย อาหารไม่ย่อย ท้องอืด แสบร้อนบริเวณหน้าอก แน่นตรงบริเวณใต้ลิ้นปี่หรือเหนือสะดือแบบเดียวกับโรคกระเพาะ ทำให้ผู้ป่วยคิดว่าเป็นโรคกระเพาะธรรมดา กินยารักษาโรคกระเพาะอาการก็ทุเลาได้ แต่ต่อมายารักษาโรคกระเพาะรับประทานไม่ได้ผล จะมีอาการรุนแรงอื่น ๆ ตามมา เช่น

          - คลื่นไส้ อาเจียน

          - อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายอุจจาระเป็นสีดำ (เป็นสีเลือดเก่าที่ตกค้าง)

          - คลำพบก้อนแข็งในท้อง ตรงบริเวณเหนือสะดือ แต่กดแล้วไม่เจ็บ
         
          - เบื่ออาหาร น้ำหนักลด

          - กลืนอาหารลำบาก

          - คลำพบก้อนต่อมน้ำเหลืองที่แอ่งไหปลาร้าข้างซ้าย

          หากพบอาการเหล่านี้ แล้วไม่ไปรักษา ปล่อยให้มะเร็งลุกลามไปยังอวัยวะต่าง ๆ จะทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนตามมา เช่น

          * มะเร็งลามไปตับ จะมีอาการดีซ่าน หรือตาเหลือง ท้องบวมน้ำ

          * มะเร็งลามไปปอด จะมีอาการหายใจ หอบ เหนื่อย หายใจลำบาก

          * มะเร็งอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ จะมีอาการปัสสาวะไม่ออก หรือออกน้อย ไตวาย

          * มะเร็งอุดตันกระเพาะลำไส้ จะเกิดอาการปวดท้อง อาเจียน กินอาหารไม่ได้

          * ภาวะตกเลือด ทำให้อาเจียนเป็นเลือด อุจจาระมีสีดำ หน้าตาซีดเซียวเพราะเสียเลือด เป็นต้น




อาการมะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะต่าง ๆ

          มะเร็งกระเพาะอาหาร แบ่งออกเป็น 4 ระยะ คล้าย ๆ กับโรคมะเร็งชนิดอื่น ๆ คือ

          มะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะที่ 1 : จะเป็นมะเร็งที่ผิวด้านในของผนังกระเพาะอาหาร และอาจลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองไม่เกิน 6 ต่อม หรือลุกลามไปถึงขั้นกล้ามเนื้อของผนังกระเพาะอาหาร แต่ยังไม่เข้าต่อมน้ำเหลือง

          มะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะที่ 2 : จะเป็นมะเร็งที่ผิวด้านในของกระเพาะอาหาร และเข้าต่อมน้ำเหลืองไม่เกิน 15 ต่อม หรือลุกลามเข้าถึงชั้นกล้ามเนื้อของผนังกระเพาะอาหาร  และเข้าต่อมน้ำเหลืองไม่เกิน 6 ต่อม หรือมะเร็งกระเพาะอาหารลุกลามถึงผิวนอกของผนังกระเพาะอาหาร แต่ยังไม่เข้าต่อมน้ำเหลือง

          มะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะที่ 3 : ระยะนี้มะเร็งกระเพาะอาหารอยู่ที่ชั้นกล้ามเนื้อ  และเข้าต่อมน้ำเหลืองไม่เกิน 15 ต่อม หรือมะเร็งลุกลามถึงผิวนอกของกระเพาะอาหาร และเข้าต่อมน้ำเหลืองไม่เกิน 15 ต่อม หรือลุกลามไปถึงอวัยวะใกล้เคียง แต่ยังไม่เข้าต่อมน้ำเหลือง

          มะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะที่ 4 : มะเร็งแพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่น ๆ แล้ว หรือเข้าต่อมน้ำเหลือง มากกว่า 15 ต่อม รวมทั้งเข้าต่อมน้ำเหลือง


การวินิจฉัยโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

          การวินิจฉัยโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร แพทย์จะใช้การส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารและตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ ซึ่งเป็นวิธีที่มีความแม่นยำสูงสุด และผู้ป่วยไม่เจ็บปวด เพียงแต่อาจรู้สึกพะอืดพะอมบ้าง

          บางครั้งแพทย์อาจจะให้ผู้ป่วยกลืนแป้งแบเรียม แล้วถ่ายภาพเอกซเรย์ของกระเพาะ และลำไส้ ทั้งนี้เมื่อตรวจพบว่าเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารแล้ว แพทย์อาจจะอัลตราซาวด์ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เพื่อประเมินว่า มะเร็งกระจายตัวไปแค่ไหน อยู่ในระยะไหนแล้ว

การรักษาโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

          โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร สามารถรักษาได้โดย

          - การผ่าตัด เป็นวิธีหลักในการรักษามะเร็งกระเพาะอาหาร อาจเป็นการผ่าตัดกระเพาะอาหารออกบางส่วน หรือทั้งหมด

          - เคมีบำบัด หรือ ทำคีโม โดยการให้ยาทางหลอดเลือด เพื่อไปทำลายเซลล์มะเร็ง จึงอาจมีผลข้างเคียงคือ ทำให้เม็ดเลือดขาวลดลง จึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากขึ้น ทำให้เม็ดเลือดแดงลดลงจนมีอาการอ่อนเพลีย เลือดออกง่ายขึ้น อีกทั้งยังเกิดผมร่วงมากขึ้น และมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนอีกด้วย

          - รังสีบำบัด หรือการฉายแสง โดยการให้รังสีที่มีพลังงานสูงไปทำลายเซลล์มะเร็ง ในผู้ป่วยโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร จะให้รังสีบริเวณช่องท้องส่วนบน อาจมีผลข้างเคียงทำให้คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ถ่ายเหลว และมีอาการแดงบริเวณผิวหนังที่ได้รับรังสีได้ แต่อาการเหล่านี้สามารถรักษาได้

          ทั้งนี้ในผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะที่ 1-2 แพทย์จะใช้วิธีการผ่าตัดกระเพาะอาหาร และให้เคมีบำบัดต่อเนื่องระยะหนึ่ง เพื่อควบคุมไม่ให้มะเร็งกระจายตัว การรักษาในขั้นนี้เป็นไปเพื่อให้โรคทุเลาลง หายขาด และมีอายุยืนยาว

          แต่สำหรับรายที่เป็นมะเร็งกระเพาะอาหารมาก ๆ จะต้องให้เคมีบำบัดเป็นหลัก ร่วมกับการฉายแสง การผ่าตัดอาจทำได้เมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร เช่น มีก้อนมะเร็งไปอุดกั้นทางเดินอาหาร การรักษาขั้นนี้ เป็นไปเพื่อบรรเทาภาวะแทรกซ้อน ไม่ได้มุ่งหวังให้โรคมะเร็งกระเพาะอาหารหายไป

          อย่างไรก็ตาม ถ้าผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหารระยะแรก ๆ ก็สามารถรักษาให้หายได้ แต่หากเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารระยะสุดท้าย ก็จะทำได้เพียงแค่ประคับประคอง เพื่อไม่ให้ทุกข์ทรมาน และมักจะเสียชีวิต โดยทั่วไปผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะที่ 4 จะมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน แต่หากดูแลรักษาร่างกายให้ดี อาจมีชีวิตอยู่ได้นานกว่านี้

มะเร็งกระเพาะอาหาร

วิธีปฏิบัติตัวหากตรวจพบเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร

         ผู้ที่ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร ควรปฏิบัติตัวดังนี้

          - ติดตามรักษากับแพทย์อย่างจริงจัง และต่อเนื่อง ไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง

          - ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

          - สร้างกำลังใจให้แก่ตนเอง ทำใจยอมรับให้ได้ อาจใช้วิธีการนั่งสมาธิ เจริญสติ สวดมนต์ ภาวนา

          - กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ พยายามกินผัก ผลไม้ ถั่วเหลืองให้มาก ๆ

          - หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ เท่าที่ร่างกายจะรับได้

การป้องกันมะเร็งกระเพาะอาหาร

          ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการป้องกันโรคมะเร็งกระเพาะอาหารอย่างชัดเจน แต่สามารถป้องกันมะเร็งกระเพาะอาหารได้จากปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ คือ

          - รักษาการติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร (Helicobacter Pylori)

          - หลีกเลี่ยงการรับประทานของหมักดอง อาหารรสเค็มจัด ของปิ้งย่าง

          - รับประทานอาหารที่มีวิตามินซีสูง เช่น ผัก ผลไม้

          - งดสูบบุหรี่ ดื่มสุราในปริมาณมาก

          - ออกกำลังกายเป็นประจำ

          เห็นได้ว่า มะเร็งกระเพาะอาหารเป็นเรื่องใกล้ตัวทีเดียว ดังนั้นหากใครมีอาการของโรคกระเพาะอาหาร เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียนนานเกินกว่า 4 สัปดาห์ ควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยเพิ่มเติม และหากมีอาการถ่ายอุจจาระเป็นสีดำ ตัวเหลือง ตาเหลือง น้ำหนักลด เพียงแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง ควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว


***หมายเหตุ : อัปเดตข้อมูลล่าสุดเมื่อเวลา 09.44 น. วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560


2
Youtube / ขาวยูทูปเบอร์ โปรดฟังทางนี้ เด็กอา
« เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2019, 05:47:28 PM »
#อวสานยูทูปช่องเด็ก ในปีหน้า 2020 ที่จะถึงนี้ถือเป็นข่าวสะเทือนวงการโซเชียลโลกเมื่อ Youtube มีกฎใหม่ออกมาห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีเข้ามามีบทบาทเกี่ยวข้องกับคลิป

สรุปรายละเอียดคร่าว ๆ คือ ........
-  เด็กอายุต่ำกว่า13ปี เป็นตัวแสดงนำในคลิปไม่ได้
-  เพลงเด็ก การ์ตูนที่มีเด็กร่วมแสดง  ละครเด็ก นิทาน ที่มีเด็กมาร้องเต้นโดนหมด

- รีวิวขนมของเล่น , ทำอาหาร พาเที่ยว ฯลฯ
- ช่องที่คุณพ่อคุณแม่เปิด แต่ถ่ายลูก ๆ ไปซื้อนู่น
ไปเที่ยวนี้ เล่น กิน เที่ยว เปิดสร้างรายได้โดยมีเด็กเล็กเป็นตัวหลักของช่อง
- ทางยูทูปจะสกรีนหากเจ้าของช่องตีเนียนเช่น พ่อแม่ร่วมคลิป แต่มีเด็กมาทำกิจกรรม หากเข้าข่ายเป็นการมีเด็กเล็กมาเกี่ยวข้องในการสร้างรายได้ ทางยูทูปสามารถลงโทษหนักสุดโดยการปิด บ/ช ผู้ใช้งานช่องนั้น ๆ

ถ้าเป็นตามนี้เรียกว่าเตรียมล้างบางโลกของเด็กเล็กบน Youtube กันเลย โดยสาเหตุมาจากทางยูทูป โดนองค์กรปกป้องเด็กฟ้อง เหตุเพราะไม่อยากให้ใช้เด็กเพื่อหาประโยชน์ โดยทางยูทูปโดนศาสสั่งปรับเงินเป็นจำนวนกว่า 5,200 ล้านบาท (170ล้านดอลล่าร์สหรัฐ) ถือเป็นจำนวนสูงสุดที่ทาง Google หรือ Youtube เคยโดนฟ้องจากองค์กรต่าง ๆ  แม้แต่ช่อง Official ของดิสนีย์เองที่มีนักแสดงเด็ก ๆ มาร่วม ก็จะไม่สามารถสร้างรายได้ใด ๆ  งานนี้ยูทูปเบอร์ตัวน้อย ช่องยูทูปเด็กเล็กที่มีคนติดตามหลักล้าน ยอดวิวระดับสิบล้านวิวในบ้านเรา หรือแม้แต่ดาราที่เปิดช่องทำคลิปลูกตัวเอง  คงต้องหาหนทางปรับเปลี่ยน หรืออาจจะต้องเลิกไปเลย เปลี่ยนมาทำคลิปช่องทางอื่น

*** ข้อมูลดังกล่าวนี้ยังไม่ชี้ชัดทั้งหมดนะคะว่า อะไรได้ อะไรไม่ได้ คงต้องรอ "สื่อหลัก" ด้านวงการไอทีตามประเด็น สอบถามทาง Youtube Thailand สรุปชัดเจนออกมาอีกทีว่า มีการห้ามหรือปรับเปลี่ยนอะไรส่วนไหนบ้าง ถ้ามีข้อมูลที่เป็นทางการ เจ๊จะแชร์เข้ามาเพิ่มเติมค่ะ

แต่แน่ ๆ การหารายได้จากช่องโดยใช้เด็กมาทำคลิปจะยากขึ้นแน่นอน

________________________________
#เจ๊ตวง #ชาวเน็ต #ยูทูปเบอร์ #รีวิว #ของเล่นเด็ก #youtubethailand #โลกของเด็ก #เด็กเล็ก #เด็ก #ดราม่า #ข่าวเด็ด #ข่าว  #ลูกดารา #รักลูก

3
สุขภาพ / 7 ของกินหาง่าย เสริมกำลังน้องชายให้
« เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2019, 11:08:06 AM »


7 ของกินหาง่าย เสริมกำลังน้องชายให้ฟิตปั๋ง



1. กล้วย

กล้วยเป็นผลไม้ที่มีราคาถูก หาทานได้ง่าย แต่อุดมไปด้วยธาตุโปรแตสเซียมที่มีความจำเป็นที่จะช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ยังมีไซโอเอสโตรเจนที่ช่วยกระตุ้นฮอร์โมนเพศ รวมถึงเอนไซม์ Bromelain ที่ช่วยเพิ่มการรับรู้สัมผัสระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ หนุ่มๆ จึงไม่ควรพลาดที่จะทานกล้วยเป็นประจำทุกวัน

2. กระเทียม

กระเทียมเป็นหนึ่งในสมุนไพรไทยที่อยู่คู่ครัวเรือนมานาน แต่จากการศึกษาวิจัยปัจจุบันพบว่ากระเทียมช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้เพราะมีสารอัลลิซิน ที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตให้ไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย และช่วยกระตุ้นการแข็งตัวของน้องชายด้วย นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศได้ดี หนุ่มจึงไม่ควรพลาดทานสมุนไพรชนิดนี้เป็นประจำ

3. แตงโม

เรามาต่อกันที่แตงโมบ้าง เพราะหลายคนคงไม่เชื่อว่ามันจะช่วยเพิ่มอารมณ์ทางเพศได้ใช่มั้ยล่ะ แต่จากการศึกษาวิจัยล่าสุดได้พบว่าแตงโมมีสาร Citrulin Amino Acid ที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตในร่างกายได้ และช่วยการคลายตัวของเส้นเลือดได้ จึงส่งผลช่วยในเรื่องการแข็งตัวของน้องชายได้ดีทีเดียว ทำให้ในปัจจุบันมันได้รับฉายาว่าเป็น “ไวอากร้าจากธรรมชาติ” เลยล่ะ

4. หอยนางรม

มาดูที่หอยนางรมกันบ้าง ซึ่งตอนนี้นักโภชนาการทราบแล้วว่าหอยนางรมเป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยธาตุสังกะสี ซึ่งมีสรรพคุณช่วยเพิ่มจำนวนสเปิร์มและฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในร่างกาย และมีสารโดพามินซึ่งเป็นฮอร์โมนตัวหนึ่งในร่างกายที่ทำให้รู้สึกมีความสุขในชีวิต นอกจากนี้ยังมีโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นกรดไขมันดีที่มีความสำคัญต่อระบบประสาทและการรับสัมผัสช่วยเพิ่มการตอบสนองทางเพศที่ดียิ่งขึ้น



5. ช็อกโกแลต

สำหรับดาร์กช็อกโกแลต เป็นของทานเล่นสุดโปรดที่หลายๆ คนชอบทานกันเป็นประจำอยู่แล้ว เราคงได้ทราบกันแล้วว่าดาร์กช็อกโกแลตช่วยจัดการกับไขมันเลวทำให้สามารถป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ แต่ความดีของมันยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะดาร์กช็อกโกแลตยังมีเมทิลแซนไทน์ซึ่งจะส่งผลดีต่อหัวใจและระบบประสาท เมื่อทานเป็นประจำจะช่วยกระตุ้นความตื่นตัวทางเพศ และเพิ่มความพึงพอใจทุกครั้งที่ได้ประกอบกิจกรรมบนเตียงร่วมกับคนรัก

6. เมล็ดฟักทอง

เมล็ดฟักทองเป็นธัญพืชทานเล่นที่สามารถหาทานได้ง่าย เพราะปัจจุบันมีบรรจุเป็นซองขายในร้าน 7-11 แถมราคาไม่แพงด้วย และที่สำคัญคือมันอุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่มากมาย โดยเฉพาะแร่สังกะสีที่มีอยู่มากในเมล็ดฟักทองนั้นเรียกว่ามีมากสูสีกับในหอยนางรมเลยล่ะ ทำให้หากทานเมล็ดฟักทองเป็นประจำ มันจะช่วยในเรื่องความแข็งแรงของอสุจิ และช่วยป้องกันการขาดฮอร์โมนเพศชาย หรือเทสโตสเตอโรน

7. อะโวคาโด

เรามาปิดท้ายกันที่อะโวคาโด มันเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยไขมันดีหรือไขมันไม่อิ่มตัวซึ่งดีต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดมาก นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยกรดโฟลิค ซึ่งช่วยกระตุ้นความต้องการทางเพศได้มากทีเดียว และยังช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานให้กับร่างกายอีกด้วย ดังนั้นเมื่อทานอะโวคาโดเป็นประจำจะทำให้เพื่อนๆ รู้สึกมีกำลังวังชาและมีความต้องการทางเพศสูง

และนี่ก็คือของกิน 7 อย่างที่ช่วยเพิ่มสรรถภาพทางเพศ ซึ่งสามารถทำทานได้ง่ายและราคาไม่แพงอีกด้วยนะ เมื่อเพื่อนๆ ได้ทราบกันแล้วก็อย่าลืมหามาทานกันเป็นประจำล่ะ เพื่อที่น้องชายของคุณจะได้ฟิตปั๋งไม่มีล้ม ห้าวหาญสู้ได้ทุกศึกแบบไม่อายใคร

4
สุขภาพ / เทคนิควิธีออกกำลังกายให้ได้ผลรวดเ
« เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2019, 12:20:20 PM »
ผลของการตื่นเช้าแล้วมาวิ่งออกกำลังกาย




สร้างความสดชื่นให้กับร่างกาย – การวิ่งออกกำลังกายตอนเช้าจะทำให้ร่างกายเกิดความตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า พร้อมที่จะเริ่มต้นวันใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยม การวิ่งออกกำลงกายในตอนเช้าจะช่วยในเรื่องของการกระตุ้นระบบต่างๆ ภายในร่างกายให้ทำงานได้ดีมากขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเอ็นโดรฟิน ทีทำให้มีความสุข

ลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ – นอกจากทำให้รู้สึกตื่นตัวเป็นพิเศษแล้ว การวิ่งออกกำลังกายในตอนเช้ายังเป็นการไปช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญก่อให้เกิดประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น ร่างกายสามารถเผาผลาญแคลอรี่ไปได้แบบต่อเนื่องทั้งวัน ทำให้เป็นการลดน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพวิธีหนึ่งเลยทีเดียว

ลดความดันโลหิต – มีผลการวิจัยออกมาว่า การวิ่งตอนเช้าจะช่วยในเรื่องการลดความดันโลหิตลงได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ผู้ที่มีปัญหาร่างกายมีภาวะความดันโลหิตสูง การวิ่งออกกำลังกายในตอนเช้าจะช่วยในเรื่องเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

ช่วยลดความเครียด – การที่ร่างกายเหนื่อย หัวใจมีแรงกระตุ้นอยู่ตลอดเวลาจะทำให้รู้สึกว่าในเวลาช่วงดังกล่าวในหัวสมองจะไม่มีเรื่องอะไรเข้ามาแทรกซึมทั้งสิ้น วิธีการนี้จะช่วยบรรเทาความเครียดไปในตัวได้เป็นอย่างดี เรียกว่าได้ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตไปพร้อมๆ กัน

ฝึกนิสัยให้เป็นคนตื่นเช้า – การเป็นคนตื่นเช้าจะทำให้เราได้อะไรดีๆ มากมาย ทั้งอากาศที่สดชื่น การได้มีความคิดอะไรดีๆ แล้วสามารถลงมือทำก่อนคนอื่น ซึ่งการฝึกเป็นคนตื่นเช้าจนเป็นนิสัยจะทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าคนอื่นหนึ่งก้าวเสมอ

แก้อาการเมาค้างได้ – สำหรับนักดื่มที่เวลาตื่นเช้ามาแล้วชอบรู้สึกว่าตัวเองเมาค้าง การหยิบรองเท้าคู่ใจแล้วออกวิ่งจะทำให้แอลกอฮอล์ที่ยังค้างในร่างกายออกมาพร้อมกับเหงื่อ ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาอาการเมาค้างได้เป็นอย่างดี แต่ถึงกระนั้นก็คงต้องตื่นให้ได้เสียก่อนเป็นอันดับแรก

5
สุขภาพ / 5 เหตุผลที่ควรตรวจสุขภาพก่อน "วิ่ง"
« เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2019, 12:18:02 PM »



ค้นหาโรคร้ายที่ซ่อนอยู่
  การตรวจคัดกรองหรือการตรวจสุขภาพประจำปีทั่วไปอาจไม่สามารถตรวจพบได้ โดยเฉพาะโรคหัวใจ ซึ่งการออกแรงมากเกินกว่าปกติต่อเนื่องกันเป็นเวลานานจะส่งผลโดยตรงกับการเต้นของหัวใจทำให้หน้ามืด เป็นลม เเน่นหน้าอก ใจสั่น หรือเสียชีวิต รวมถึงโรคร้ายอื่นๆ เช่น โรคเนื้อเยื่อสมองเสื่อมรุนแรงเรื้อรัง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของนักกีฬาอาชีพ อย่าง ไมค์ เว็บสเตอร์ (Mike Webster) นักอเมริกันฟุตบอลผู้มีชื่อเสียง ที่ปฏิเสธการตรวจสุขภาพก่อนลงแข่ง
 

ประเมินความเสี่ยง
เป็นที่ทราบดีว่าการวิ่งมาราธอนที่ต้องใช้กำลังกายและกำลังใจออกวิ่งเป็นระยะทางมากถึง 42.195 กิโลเมตร  หรือแม้กระทั่งผู้เพิ่งเริ่มหัดวิ่งที่ต้องออกแรงมากกว่าที่เคย โดยเฉพาะเมื่อต้องวิ่งในสภาพอากาศที่ร้อนอย่างประเทศไทย ทั้งนี้จากการวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด (Harvard University) พบว่าในทุกๆ ปี มีคนหนุ่มสาวเสียชีวิตขณะเล่นกีฬามากกว่า 200-300 คน จากโรคหอบหืดและโรคลมแดด ดังนั้นการหายใจให้เป็นจังหวะและดื่มน้ำให้เพียงพอในระหว่างวิ่ง รวมถึงหมั่นสังเกตอาการขณะวิ่ง ไม่ควรฝืนหากพบว่ามีอาการผิดปกติ การพบแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนออกวิ่งจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

ตรวจหาสภาวะที่ห้ามออกกำลังกายด้วยการวิ่ง
ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ซึ่งหลายคนมองว่ามีความจำเป็นต้องออกกำลังกายเพิ่มขึ้น แต่ในความจริงแล้วโรคเรื้อรังบางชนิดส่งผลให้หลอดเลือดตีบ ทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงหัวใจได้ตามปกติ การออกกำลังกายที่หนักหน่วงเกินความสามารถของร่างกายอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าผลดี ดังนั้นผู้มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนวิ่งเสมอ

ตรวจหาความเสี่ยงการบาดเจ็บ
โดยเฉพาะผู้ที่เคยมีประวัติการบาดเจ็บขณะวิ่งมาก่อน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการอักเสบต่อเนื่องและเรื้อรังในที่สุดหากไม่หยุดพักร่างกายจนหายดี รวมถึงนักวิ่งที่ไม่ได้รับการฝึกอย่างถูกต้อง การพบแพทย์จะช่วยลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บซ้ำซากที่อาจส่งผลให้ต้องหยุดวิ่งเป็นระยะเวลานาน หรืออาจไม่สามารถวิ่งได้อีกเลย หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี

เช็กความฟิตของร่างกาย
การตรวจวัดความฟิต (Fitness testing) แพทย์จะทำการตรวจเช็คร่างกาย และดูอัตราการใช้ออกซิเจนสูงสุดของร่างกายขณะออกกำลังกาย โดยการตรวจ Aerobic test (VO2 max test) หากมีค่าสูงก็แสดงว่ามีความฟิตมาก ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากสำหรับนักวิ่งที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของตัวเองด้วยความเร็วหรือระยะทาง รวมถึงจะช่วยวางแผนการจัดโปรแกรมการฝึกที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

6
Youtube / เกมเจ้าชายเจ้ากับหญิงคู่รักแวนหวา
« เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2019, 07:31:22 PM »
กด subscribe กดไลท์ และกดแชร์ กันด้วยนะครับ
คอมเม้นกันด้วยน่ะ คลิปแรกที่ใช่ kine master

7
โรคซึมเศร้า เป็นโรคหนึ่งซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงชีวิตของคนเรา เหมือนกับโรคทางกายอื่นๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง การเป็นโรคซึมเศร้าไม่ได้หมายความว่า ผู้ที่เป็นนั้นจะเป็นคนอ่อนแอ ล้มเหลว หรือไม่มีความสามารถ แต่เป็นเพียงการเจ็บป่วยอย่างหนึ่ง เกิดขึ้นได้โดยมีสาเหตุ เช่น การสูญเสีย การหย่าร้าง ความผิดหวัง และเกิดได้เองโดยไม่มีสาเหตุใดๆ ซึ่งในปัจจุบันโรคนี้สามารถรักษาหายได้ด้วยการใช้ยา การรักษาทางจิตใจ หรือทั้งสองอย่างรวมกัน

ซึมเศร้า” ทางการแพทย์ หรือ Clinical depression หมายถึง ภาวะซึมเศร้าที่มีมากกว่าอารมณ์เศร้า และเป็นพยาธิสภาพแบบหนึ่งที่พบได้ในหลายๆ โรคทางจิตเวช โดยเฉพาะโรคทางอารมณ์ คือ โรคซึมเศร้า (Major Depressive Disorder หรือ Depressive Episode) และ โรคไบโพลาร์ (Bipolar Disorder) โรคทางอายุรกรรมบางโรค สารยาบางชนิดสามารถทำให้เกิดอาการซึมเศร้าที่รุนแรงได้

สาเหตุของโรคซึมเศร้า
สาเหตุที่จะกระตุ้นการเกิดโรคซึมเศร้าที่พบบ่อยก็คือ การมีทั้งความเสี่ยงทางพันธุกรรม, ทางสภาพจิตใจ, ประจวบกับการเผชิญกับสถานการณ์เลวร้าย ร่วมกันทั้ง 3 ปัจจัย

โรคซึมเศร้าเกิดจากความเครียด แต่ทั้งนี้คนที่ไม่มีญาติเคยป่วยก็อาจเกิดเป็นโรคนี้ได้ มักพบว่าผู้ป่วยโรคนี้จะมีความผิดปกติของระดับสารเคมี ที่เซลล์สมองสร้างขึ้น เพื่อรักษาสมดุลของอารมณ์
สภาพทางจิตใจที่เกิดจากการเลี้ยงดู ก็เป็นปัจจัยที่เสี่ยงอีกประการหนึ่งต่อการเกิดโรคซึมเศร้าเช่นกัน คนที่ขาดความภูมิใจในตนเองมองตนเองและโลกที่เขาอยู่ในแง่ลบตลอดเวลา หรือเครียดง่ายเมื่อเจอกับมรสุมชีวิต ล้วนทำให้เขาเหล่านั้นมีโอกาสป่วยง่ายขึ้น
การเผชิญกับสถานการณ์เลวร้าย เช่น หากชีวิตพบกับการสูญเสียครั้งใหญ่ต้องเจ็บป่วยเรื้อรัง ความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิดไม่ราบรื่น หรือต้องมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ไม่ปรารถนา ก็อาจกระตุ้นให้โรคซึมเศร้ากำเริบได้

8
Youtube / 5 อาชีพออนไลน์ อยู่ที่ไหนก็ทำได้ในป
« เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2019, 11:41:20 AM »
5 อาชีพออนไลน์ อยู่ที่ไหนก็ทำได้ในปี 2020 | ครูออฟ สอนคอมพิวเตอร์


11
Youtube / ช่องสื่อการสอน ครูออฟ สอนคอมพิวเตอ
« เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2019, 10:57:59 AM »
Youtube  ครูออฟ สอนคอมพิวเตอร์ 



เว็บแนวสื่อการเรียนการสอน ซึ่งจะทำการอัพโหลดคลิป ในทุก จันทร์ ถึงศุกร์ และ สารดีๆ มีประโยชน์ ในวันเสาร์ และอาทิตย์ 

สำหรับท่านใดที่เข้ามาในช่องผมแล้วนะครับ ก็เข้ามากดไลท์ กดแชร์ และ Subscribe กะันด้วยนะครับ

12
แนะนำเว็บทำแบบทดสอบ ออนไลน์ครับ



https://www.thaitestonline.com
เว็บแบบทดสอบออนไลน์ เว็บที่สรางแบบทดสอบ และ ข้อสอบเพื่อสอบ เก็บคะแอบบ เราใช้ระบบสุ่มข้อสอบ ซึ่ในการสอบแต่ละครั้งจะไม่ซ้ำกันในแต่ละครั้งท ให้ผู้เข้าสอบ หรือผู้ทำข้อสอบ ไม่สามารถจดจำคำตอบได้ และ ทำให้ แม่นยำในเนื้อหา อีกได้มาก 

อีกทั้งครูผู้สร้างแบบทดสอบ สามารถสร้างแบบทดสอบได้เอง ซึ่งสามารถอัพโหลดรูปภาพเข้ามาได้ด้วยนะครับ 

มีระบบรายงานแบบทดสอบ ทั้งรวมทุกรายวิชา และ แต่ละรายวิชา

มีระบบสถิติผู้เข้าทำแบบทดสอบ และ แนวข้อสอบ ด้วย 300 ครั้งล่าสุด

https://www.thaitestonline.com

13
ประชาสัมพันธ์ / สร้างบทความแรกกันเถอะ
« เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2019, 07:01:16 PM »
สร้างกระทู้แรกกันเถอะ SEo แรกเวอร์

หน้า: [1]